ในฐานะแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลระบบกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท มักได้รับคำถามจากคนไข้เสมอว่า “เสียงลั่นที่ข้อต่อ ทั้งข้อนิ้วมือ ข้อศอก หรือแม้แต่กระดูกคอ ที่เราชอบหักเองบ่อยๆ นั้นคือเสียงของอะไร และมีอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่?”

มาทำความเข้าใจกับวิทยาศาสตร์เบื้องหลังเสียงเหล่านี้ไปพร้อมกัน

1. เสียงลั่น “ก๊อกแก๊ก” คือเสียงของอะไร?

เสียง “ก๊อกแก๊ก” ที่คุณได้ยินเวลาหักข้อต่อ เช่น ข้อนิ้วมือ หรือข้อต่อกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่เกิดจาก 3 กลไกหลัก คือ:

  • การเกิดโพรงอากาศ (Cavitation) และการก่อตัวของฟองก๊าซ: นี่คือทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด โดยเฉพาะในข้อนิ้วมือและข้อต่อที่มีน้ำไขข้อ (Synovial Fluid) น้ำไขข้อนี้ทำหน้าที่หล่อลื่นและมีก๊าซละลายอยู่ เมื่อคุณออกแรงดึงหรือยืดข้อต่ออย่างรวดเร็ว ช่องว่างภายในข้อจะกว้างขึ้น แรงดันภายในข้อจะลดลงอย่างฉับพลัน ทำให้ก๊าซเหล่านั้นรวมตัวกันและ เกิดเป็นฟองอากาศเล็กๆ (โพรงอากาศ) ขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสียง “ก๊อกแก๊ก” ก็คือเสียงที่เกิดขึ้นในกระบวนการนี้
  • การเสียดสีของเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ: ในข้อต่อขนาดใหญ่ เช่น ข้อเข่า หรือข้อไหล่ เสียงลั่นอาจเกิดจากการที่ เส้นเอ็น (Tendon) หรือ เอ็นยึดข้อต่อ (Ligament) เคลื่อนผ่านปุ่มหรือส่วนที่นูนของกระดูกอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณขยับหรือบิดตัว
  • การชนกันของผิวข้อที่เสื่อม: ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาข้อเสื่อม เสียง “กรอบแกรบ” (Crepitus) ที่เกิดขึ้นบ่อยและมักมีอาการปวดร่วมด้วย อาจเป็นเสียงของการ เสียดสีกันของกระดูกอ่อนที่สึกหรอ

2. การหักข้อต่อเอง มีผลดีและผลเสียอย่างไร?

ผลดี (ความรู้สึกส่วนตัว)

  • ความรู้สึกโล่งและสบาย: หลายคนรายงานว่ารู้สึกโล่งสบายขึ้น ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณข้อต่อ หรือรู้สึกว่าข้อต่อขยับได้คล่องตัวขึ้นหลังจากการหัก
  • การคลายแรงดัน: ความรู้สึกนี้อาจมาจากการคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ หรือการที่ข้อต่อได้ขยับเต็มช่วงการเคลื่อนไหว

ผลเสียและความเสี่ยงที่ต้องระวัง

  • ข้อหลวม (Joint Laxity): การหักข้อต่อด้วยตนเองซ้ำๆ โดยเฉพาะการใช้แรงบิดหรือแรงดึงที่รุนแรง อาจทำให้ปลอกหุ้มข้อต่อและเอ็นยึดข้อต่อ ถูกยืดออกบ่อยครั้งจนเกิดภาวะข้อหลวม ซึ่งอาจทำให้ความมั่นคงของข้อต่อลดลง
  • การอักเสบของข้อต่อ: การหักหรือบิดข้อต่อที่รุนแรงเกินไป โดยเฉพาะที่ข้อนิ้ว อาจทำให้เกิด การอักเสบ หรือการบาดเจ็บเล็กน้อยต่อเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ
  • ความเชื่อเกี่ยวกับข้อเสื่อม: งานวิจัยส่วนใหญ่ ไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรง ระหว่างการหักข้อนิ้วเป็นประจำกับการเกิดโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ในระยะยาว แต่ในผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมอยู่แล้ว การหักข้อต่ออาจทำให้อาการแย่ลงได้

3. ข้อควรระวังจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

การหักข้อต่อด้วยตนเองส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตรายในคนปกติ แต่คุณควรใส่ใจเป็นพิเศษและ รีบปรึกษาแพทย์ หากมีสัญญาณเตือนเหล่านี้:

  1. มีอาการปวดทุกครั้งที่ลั่น: หากเสียง “ก๊อกแก๊ก” หรือ “กรอบแกรบ” มาพร้อมกับ อาการปวด บวม แดง หรือร้อน อย่างสม่ำเสมอ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้างภายใน เช่น ข้ออักเสบ หรือการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่
  2. เกิดเสียงลั่นเองบ่อยมากและมีข้อติด: หากข้อต่อของคุณมีเสียงลั่นบ่อยและเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่วมกับอาการตึง ข้อติด หรือเคลื่อนไหวได้จำกัด นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณอาจมีภาวะ ข้อเสื่อม ที่เริ่มรุนแรงขึ้น หรือภาวะทางพยาธิวิทยาอื่น ๆ
  3. การหักกระดูกคอหรือหลังด้วยตนเอง: การหักหรือบิดกระดูกคอและหลังด้วยตนเองอย่างรุนแรงเป็นเรื่องที่ อันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาท หรือหลอดเลือดบริเวณคอ (ในกรณีของคอ) ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ หากคุณมีอาการตึงหรือปวดหลัง-คอ ควรรักษากับผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมด้านการจัดกระดูก (Joint Manipulation) เท่านั้น เช่น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือนักกายภาพบำบัด

หากคุณรู้สึกว่าข้อต่อติดหรือตึง ควรใช้วิธี ยืดเหยียด (Stretching) หรือ ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ แทนการหักข้อต่อด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและสร้างประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า หากใครที่มีอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อเป็นประจำ สามารถมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อตรวจประเมิน  วินิจฉัย และทำกายภาพด้วยโปรแกรมที่เหมาะสม ได้ที่ ที่ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก

Similar Posts