ภาวะเท้าแบนที่พบในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุมักมีสาเหตุมาจากโรคเอ็นเท้าเสื่อม (Posterior Tibialis Tendon Dysfunction: PTTD) เป็นภาวะที่เอ็นกล้ามเนื้อทิเบียลิสโพสทีเรียร์ ซึ่งทำหน้าที่พยุงอุ้งเท้าและข้อเท้า เกิดการอักเสบและเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดอาการปวดฝ่าเท้าและเท้าแบนผิดรูปได้

สาเหตุของการเกิดเอ็นเท้าเสื่อม

  • การใช้งานมากเกินไป: การทำกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากเกินไป เช่น การวิ่ง การกระโดด หรือการยืนเป็นเวลานาน
  • อายุที่มากขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นกล้ามเนื้อจะเสื่อมสภาพลง
  • ปัจจัยทางกายวิภาค: ผู้ที่มีเท้าแบนหรือข้อเท้าบิดเข้าด้านใน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด PTTD
  • การบาดเจ็บ: การบาดเจ็บที่เอ็นกล้ามเนื้อทิเบียลิสโพสทีเรียร์โดยตรง
  • โรคประจำตัว: โรคบางชนิด เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคเบาหวาน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด PTTD

อาการของเอ็นเท้าเสื่อม

  • ปวดบริเวณตาตุ่มด้านในของข้อเท้าและเท้า โดยเฉพาะบริเวณเอ็นกล้ามเนื้อทิเบียลิสโพสทีเรียร์
  • บวมบริเวณตาตุ่มด้านในของข้อเท้า
  • เท้าแบนผิดรูป: อุ้งเท้าจะแบนราบลง ทำให้เท้าดูแบนกว่าปกติ
  • ข้อเท้าบิดเข้าด้านใน: ส้นเท้าจะบิดเข้าด้านใน ทำให้ข้อเท้าดูผิดรูป
  • เดินลำบาก: อาการปวดและเท้าแบน ทำให้เดินลำบาก โดยเฉพาะการเดินบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
  • อ่อนแรง: กล้ามเนื้อทิเบียลิสโพสทีเรียร์เสียการทำงาน

การรักษาโรคเอ็นเท้าเสื่อม

  • พักการใช้งาน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวด
  • การประคบเย็น: ประคบเย็นบริเวณที่ปวด เพื่อลดอาการบวมและปวด
  • การใช้ยา: ยาแก้ปวด หรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดและอักเสบ
  • กายภาพบำบัด: การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น เครื่องเลเซอร์พลังงานสูง (HPL) เพื่อลดการอักเสบ ลดอาการปวด บวม การใช้เครื่องโฟกัสช๊อคเวฟ (fESWT) เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมของเอ็นกล้ามเนื้อทิเบียลิสโพสทีเรียร์
  • การใช้อุปกรณ์พยุงเท้าและปรับรองเท้า: การใส่แผ่นรองเท้า หรืออุปกรณ์พยุงข้อเท้า เพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้าและลดอาการปวด
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่อาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด

การป้องกันจากโรคเอ็นเท้าเสื่อม

  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณข้อเท้าและเท้า
  • การเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม: รองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าได้ดี และมีขนาดพอดี
  • การควบคุมน้ำหนัก: การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดแรงกดที่เท้า
  • การหลีกเลี่ยงการใช้งานมากเกินไป: หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากเกินไป

หากมีอาการปวดบริเวณตาตุ่มด้านในของข้อเท้าและเท้า หรือสังเกตเห็นว่าเท้าแบนลง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ หากมีอาการสามารถมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ที่ ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก พระราม 3

Similar Posts