รองเท้าคู่โปรดอาจเป็นคู่ที่ใส่สบาย เข้ากับเสื้อผ้า หรือใส่จนคุ้นเท้า แต่การที่ใส่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะกับเท้าของเราเสมอไป โดยเฉพาะหากต้องใส่เดินหรือยืนเป็นเวลานาน ซึ่งจากงานสำรวจพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ใส่รองเท้าที่ไม่พอดีกับความยาวหรือความกว้างของเท้าตัวเอง ซึ่งรองเท้าที่ไม่พอดีก็มักจะสัมพันธ์กับอาการปวดฝ่าเท้าและปัญหาบริเวณเท้า เช่น ตาปลา หนังด้าน และความผิดรูปของนิ้วเท้าก่อนที่อาการปวดจะเริ่ม ลองเช็ก 5 สัญญาณต่อไปนี้ว่ารองเท้าคู่โปรดของคุณอาจไม่เหมาะกับเท้าหรือไม่
ใส่แล้วนิ้วเท้าถูกบีบหรือชนหัวรองเท้า
หากรู้สึกว่านิ้วเท้าต้องเบียดกัน หรือปลายเท้าชนกับหัวรองเท้า นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ารองเท้ามีความยาวหรือความกว้างไม่เพียงพอ เพราะรองเท้าที่พอดีควรมีพื้นที่ให้นิ้วเท้าขยับได้โดยไม่ถูกกดหรือบีบมากเกินไป เพราะการใส่รองเท้าที่แคบกว่ารูปเท้าเป็นประจำมีความสัมพันธ์กับปัญหาและอาการปวดบริเวณเท้าได้
ใส่แล้วเกิดรอยแดง ตุ่มพอง หรือหนังด้าน
หลังถอดรองเท้า ลองสังเกตว่ามีรอยแดง จุดกดทับ หรือตุ่มพองบริเวณนิ้วเท้า ส้นเท้า หรือด้านข้างของเท้าหรือไม่เพราะหากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจสะท้อนว่ารองเท้ามีจุดที่เสียดสีหรือกดทับเท้ามากเกินไป แนะนำให้เปลี่ยนรองเท้าที่มีขนาดพอดีทั้งด้านกว้างและด้านยาว รวมถึงกระชับบริเวณส้นเท้าโดยไม่ทำให้เกิดการเสียดสีจะดีที่สุด
เดินไม่นานก็เริ่มปวดฝ่าเท้าหรือส้นเท้า
หากช่วงแรกที่ใส่ยังรู้สึกปกติ แต่เมื่อเดินหรือยืนนานขึ้นกลับเริ่มปวดฝ่าเท้า ส้นเท้า หรือบริเวณหน้าเท้า อย่าเพิ่งมองข้าม เพราะอาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งรูปแบบการเดิน ปริมาณกิจกรรม และรองเท้าที่ใช้ เพราะรองเท้าที่เหมาะสมจึงควรเลือกให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำ ไม่ใช่ใช้รองเท้าคู่เดียวสำหรับทุกสถานการณ์
ต้อง “เกร็งนิ้วเท้า” เพื่อให้รองเท้าไม่หลุด
บางคนเลือกใส่รองเท้าที่หลวมเกินไป โดยเฉพาะรองเท้าแบบ Slip-on แล้วต้องเผลอเกร็งหรือขยุ้มนิ้วเท้าเพื่อให้รองเท้าอยู่กับเท้า
การเลือกรองเท้าที่มีระบบยึด เช่น เชือกหรือสายรัดที่เหมาะสม สามารถช่วยให้รองเท้าอยู่กับเท้าได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการเกร็งนิ้วเท้าตลอดเวลา
รองเท้าสวย แต่ใส่แล้วรู้สึก “ไม่สบายตั้งแต่แรก”
หากลองรองเท้าแล้วรู้สึกว่าคับ กด หรือเสียดสี อย่าคิดว่าจะต้องใส่ไปเรื่อย ๆ เพื่อ “Break in” จนกว่าจะนิ่ม เพราะรองเท้าที่เหมาะสมควรรู้สึกสบายและพอดีกับเท้าตั้งแต่เริ่มใส่
รองเท้าที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควร “พอดีกับเท้า”
การเลือกรองเท้าจึงไม่ควรดูแค่ดีไซน์หรือความชอบ แต่ควรดูว่ารองเท้าพอดีกับความยาว ความกว้าง และรูปเท้าหรือไม่ รวมถึงเหมาะกับกิจกรรมที่ต้องทำมากแค่ไหน เพราะรองเท้าที่เหมาะสมอาจช่วยลดแรงกดและความไม่สบายบริเวณเท้าได้ ขณะที่รองเท้าที่ไม่พอดีอาจเพิ่มปัญหาให้กับเท้าได้เช่นกัน
หากเริ่มมีอาการปวดฝ่าเท้า ปวดส้นเท้า หรือปวดเท้าเป็นประจำจนรบกวนการเดินและการใช้ชีวิต ไม่ควรเปลี่ยนรองเท้าเพียงอย่างเดียวแล้วรอดูอาการ เพราะอาการปวดเท้าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ การประเมินโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะช่วยหาสาเหตุและวางแผนการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งที่ Freesia Rehab Clinic มีบริการประเมินและกายภาพบำบัดเพื่อดูสาเหตุของอาการ รวมถึงฟื้นฟูการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้กลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- Buldt AK, Menz HB. Incorrectly fitted footwear, foot pain and foot disorders: a systematic search and narrative review of the literature. Journal of Foot and Ankle Research. 2018.
- Branthwaite H, Chockalingam N. Everyday footwear: An overview of what we know and what we should know on ill-fitting footwear and associated pain and pathology. Foot. 2019.
- Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust. Choosing shoes to reduce foot pain. Reviewed April 2025.







