คนไข้หลายคนที่มาหาด้วยอาการ “ปวดเข่า” มักได้รับการบอกว่าเป็นเข่าเสื่อม แล้วก็ถูกส่งกลับบ้านพร้อมยาแก้ปวด แต่ความจริงคือ ปวดเข่าในคนอายุน้อยถึงวัยกลางคนจำนวนมาก ไม่ได้มาจากเข่าเสื่อมแม้แต่น้อยหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยและถูกมองข้ามมากที่สุดคือ Patellofemoral Pain Syndrome หรือ PFPS อาการปวดที่เกิดจากลูกสะบ้าและพื้นผิวกระดูกเบื้องหลังไม่ทำงานร่วมกันอย่างที่ควรจะเป็น
PFPS คืออะไร และเกิดจากอะไร
ลูกสะบ้า (Patella) ทำหน้าที่เหมือนรอกที่ช่วยให้กล้ามเนื้อต้นขาทำงานได้มีประสิทธิภาพ ในการเคลื่อนไหวปกติ ลูกสะบ้าจะเลื่อนขึ้นลงในร่องกระดูกต้นขาอย่างราบรื่น แต่เมื่อมีปัจจัยบางอย่างทำให้ลูกสะบ้าเลื่อนออกจากแนว แรงกดที่พื้นผิวกระดูกก็จะสะสมจนเกิดการระคายเคืองและปวด

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด PFPS มักมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน:
กล้ามเนื้อต้นขาไม่สมดุล
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ VMO (Vastus Medialis Oblique) ด้านในที่อ่อนแอกว่าด้านนอก ทำให้ลูกสะบ้าถูกดึงออกทางด้านข้างมากเกินไป
กล้ามเนื้อสะโพกและก้นอ่อนแอ
งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่ากล้ามเนื้อ Hip Abductor และ External Rotator ที่ไม่แข็งแรงทำให้ขาบิดเข้าด้านในขณะลงน้ำหนัก เพิ่มแรงกดต่อลูกสะบ้าโดยตรง¹
กล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายตึง
ส่งผลให้ข้อเท้าและเข่าต้องรับแรงมากขึ้น
กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป
เช่น เริ่มวิ่งหรือออกกำลังกายหนักโดยไม่ค่อยๆ ปรับ
การนั่งงอเข่านานๆ
เช่น ทำงานหน้าคอม หรือนั่งรถระยะไกล เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
อาการที่มักพบคือ ปวดบริเวณรอบลูกสะบ้าหรือด้านหน้าเข่า ปวดมากขึ้นเมื่อลงบันได นั่งยองๆ ออกกำลังกาย หรือลุกขึ้นหลังนั่งนาน บางครั้งรู้สึกเสียงดังในเข่าเมื่องอเข่า
การรักษา: แนวทางที่ได้ผลจริง
PFPS ตอบสนองต่อการรักษาได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นตรงจุด แนวทางหลักแบ่งออกเป็นสามระดับ
1. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching)
การยืดกล้ามเนื้อที่ตึงช่วยลดแรงดึงที่ดึงลูกสะบ้าออกจากแนว กล้ามเนื้อที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษได้แก่:
IT Band และกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก (TFL)
ยืดโดยยืนขาไขว้แล้วโน้มตัวไปด้านข้าง ค้างไว้ 30 วินาที ทำ 3 รอบต่อข้าง
กล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps)
ยืนทรงตัว งอเข่าขึ้นข้างหนึ่ง จับข้อเท้าดึงเข้าหาก้น ค้างไว้ 30 วินาที
กล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius/Soleus)
ยืนหัวหน้าเข้าหากำแพง เหยียดขาข้างที่ยืดไปด้านหลัง ย่อเข่าด้านหน้า กดส้นเท้าขาด้านหลังให้ติดพื้น ค้างไว้ 30 วินาที
แนะนำให้ยืดอย่างน้อยวันละ 2 รอบ และไม่เจ็บจนทนไม่ไหว
2. การบริหารกล้ามเนื้อด้วยตนเอง (Strengthening Exercises)
งานทบทวนงานวิจัยใน British Journal of Sports Medicine พบว่าการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกร่วมกับต้นขาให้ผลลดอาการปวดได้ดีกว่าการบริหารเฉพาะต้นขาเพียงอย่างเดียว² ท่าที่แนะนำสำหรับทำที่บ้าน:
Straight Leg Raise
นอนหงาย งอเข่าข้างหนึ่ง ยกขาข้างที่เหยียดตรงขึ้นสูงประมาณ 45 องศา ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 15 ครั้ง 3 เซต
Clamshell
นอนตะแคง งอสะโพกและเข่าเล็กน้อย ยกเข่าด้านบนขึ้นโดยไม่หมุนสะโพก ทำ 15 ครั้ง 3 เซต ช่วยเสริมกล้ามเนื้อสะโพกด้านนอก
Mini Squat
ยืนกว้างเท่าหัวไหล่ ย่อเข่าลงเล็กน้อย ไม่เกิน 30 องศา โดยให้เข่าไม่เลยปลายเท้า ทำ 15 ครั้ง 3 เซต
ข้อสำคัญ: ถ้าบริหารแล้วปวดมากขึ้น ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ก่อน
3. การรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์
สำหรับกรณีที่อาการไม่ตอบสนองต่อการบริหารเพียงพอ หรืออาการปวดรุนแรงจนขัดขวางการออกกำลังกาย การรักษาด้วยอุปกรณ์เฉพาะทางให้ผลดีอย่างมีหลักฐานรองรับ
High Intensity Laser Therapy (HILT)
เลเซอร์กำลังสูงทำงานโดยส่งพลังงานแสงลงไปถึงเนื้อเยื่อลึก กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมในระดับเซลล์ ลดการอักเสบ และบรรเทาปวดได้โดยตรง งานวิจัยจาก Lasers in Medical Science แสดงให้เห็นว่า HILT ช่วยลดอาการปวดเข่าและเพิ่มฟังก์ชันการเคลื่อนไหวได้อย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยที่มีปัญหาบริเวณข้อเข่า³
Focused Shockwave Therapy
คลื่นกระแทกแบบ Focused ส่งพลังงานตรงไปยังจุดที่มีการอักเสบหรือเนื้อเยื่อที่เกิดพังผืด กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ การทบทวนงานวิจัยใน Journal of Orthopaedic Surgery and Research ระบุว่า Shockwave Therapy มีประสิทธิผลในการลดปวดบริเวณ Patellofemoral และเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า โดยเฉพาะในรายที่มีการอักเสบของเอ็นร่วมด้วย⁴
ทั้งสองวิธีนี้มักให้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับโปรแกรมการบริหารกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ทดแทนกัน
อย่าปล่อยให้ “ปวดเข่า” กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต PFPS ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องมีแนวโน้มที่จะเรื้อรัง และเมื่อเวลาผ่านไป กระดูกอ่อนบริเวณลูกสะบ้าอาจเริ่มสึกกร่อนจริงๆ นั่นคือเหตุผลที่การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สำคัญกว่าการรอให้อาการหนักขึ้น ที่ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของเราจะประเมินสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดเข่าคุณ วางแผนการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการบริหารฟื้นฟู และการรักษาด้วยโปรแกรมเลเซอร์พลังงานสูงหรือโปรแกรมคลื่นกระแทกชนิดโฟกัสตามความเหมาะสม เพราะเข่าที่หายปวดจริงๆ ไม่ได้เริ่มจากยาแก้ปวด แต่เริ่มจากการรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน
แหล่งอ้างอิง
1. Powers, C.M. (2010). The influence of abnormal hip mechanics on knee injury: a biomechanical perspective. *Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy*, 40(2), 42–51.
2. Lack, S. et al. (2015). Hip and knee exercise reduces pain and improves function in patellofemoral pain. *British Journal of Sports Medicine*, 49(14), 929–934.
3. Angelova, S. & Ilieva, E.M. (2016). Effectiveness of high intensity laser therapy for reduction of pain in knee osteoarthritis. *Lasers in Medical Science*, 31(9), 1859–1865.
4. Moya, D. et al. (2018). The role of extracorporeal shockwave treatment in musculoskeletal disorders. *Journal of Bone and Joint Surgery*, 100(3), 251–263.