บ่อยครั้งที่คนไข้มีอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอก และมักเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ “เมื่อย” หรือ “ใช้งานหนัก” ทั่วไป แต่จริง ๆ แล้ว อาการปวดนี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ” (Lateral Epicondylitis) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Tennis Elbow” แม้ชื่อจะพ้องกับนักกีฬาเทนนิส แต่โรคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักกีฬาเท่านั้น

สาเหตุที่มาของอาการปวด

โรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ เกิดจากการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ้ำ ๆ ที่บริเวณจุดเกาะของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ใช้ในการกระดกข้อมือและนิ้วมือขึ้น ซึ่งอยู่ตรงปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก การใช้งานซ้ำ ๆ เช่น การพิมพ์งาน, การจับเมาส์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน, การบิดผ้า, การทำงานช่างที่ต้องใช้แรงบิดซ้ำ ๆ, หรือแม้แต่การเล่นกีฬาบางประเภท เช่น เทนนิส, แบดมินตัน, กอล์ฟ ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ สะสมจนเกิดการอักเสบและเสื่อมของเส้นเอ็นได้

สัญญาณเตือน: อาการที่คุณควรรู้

ผู้ป่วยมักจะเริ่มสังเกตอาการปวดที่ ปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอก ซึ่งอาจปวดร้าวลงไปที่แขนท่อนล่าง หรือขึ้นไปที่ต้นแขนได้ อาการปวดมักจะแย่ลงเมื่อมีการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณนั้น เช่น:

  • บิดข้อมือ เช่น บิดลูกบิดประตู บิดผ้า
  • กำมือหรือบีบมือ เช่น ยกแก้วน้ำ ยกของหนัก
  • กระดกข้อมือขึ้น หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณปลายแขน
  • อาจมีอาการ อ่อนแรง เวลากำมือหรือบีบมือร่วมด้วย

ในบางราย อาการปวดอาจรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานได้เลยทีเดียว

แนวทางการป้องกัน…เริ่มต้นที่ตัวคุณ

การป้องกันสำคัญที่สุด ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดภาระที่ข้อศอก:

  • ปรับท่าทาง: ในการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือและแขน ควรปรับท่าทางให้เหมาะสม เช่น การใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ที่ถูกหลักสรีระศาสตร์
  • พักเป็นระยะ: หากต้องทำกิจกรรมที่ใช้แขนซ้ำ ๆ ควรหยุดพักเป็นระยะ ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้คลายตัว
  • อุปกรณ์ช่วย: อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น แผ่นรองข้อมือสำหรับคีย์บอร์ด/เมาส์ หรือสายรัดข้อศอกสำหรับผู้ที่เล่นกีฬา เพื่อลดแรงกระทำต่อเส้นเอ็น
  • อบอุ่นร่างกายและยืดเหยียด: ก่อนและหลังการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แขน ควรมีการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อปลายแขนอย่างสม่ำเสมอ

การรักษาเบื้องต้นที่ทำได้เอง

เมื่อมีอาการปวด สิ่งแรกที่ควรทำคือ พักการใช้งาน แขนข้างนั้น ประคบเย็นบริเวณที่ปวดเพื่อลดการอักเสบ สามารถใช้ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการได้ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์

ก้าวหน้าอีกขั้นด้วย Focus Shockwave Therapy

สำหรับการรักษาที่ก้าวหน้าขึ้น การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบเจาะจง (Focus Shockwave Therapy) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมจากผลการวิจัยที่น่าเชื่อถือ หลักการทำงานคือการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงพลังงานสูงแบบเฉพาะเจาะจงลงไปบริเวณที่บาดเจ็บ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเอง ลดการอักเสบ และลดปวด โดยจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ นำสารอาหารไปเลี้ยงบริเวณที่เส้นเอ็นเสื่อมได้ดีขึ้น

การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบเจาะจง (Focus Shockwave Therapy)

งานวิจัยหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Focus Shockwave ในการรักษาโรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ เช่น การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร The American Journal of Sports Medicine หรือ Journal of Bone and Joint Surgery พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Focus Shockwave มีอาการปวดลดลงและฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการรักษาแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในรายที่เป็นเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น ๆ การรักษาด้วยวิธีนี้มักจะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง โดยทั่วไปจะทำเป็นคอร์สประมาณ 3 – 5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

หากคุณมีอาการปวดข้อศอกด้านนอก และยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร หรือลองรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ได้ที่ ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก พระราม 3 เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างที่คุณเป็น 

Similar Posts