“คุณหมอคะ ลูกเป็นนักบาสโรงเรียน ช่วงนี้บ่นปวดหน้าแข้งใต้เข่าทุกครั้งที่วิ่งหรือกระโดด แต่พอหยุดเล่นก็หายปวด” นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยในช่วงที่เด็กอายุ 10-15 ปี กำลังเข้าสู่ช่วงเจริญเติบโตไว (growth spurt) และมักนำไปสู่การวินิจฉัยภาวะที่เรียกว่า apophysitis

ภาวะ Apophysitis คืออะไร ?

Apophysitis คือการอักเสบของกระดูกอ่อนบริเวณที่เอ็นกล้ามเนื้อมายึดติด ซึ่งเป็นจุดเจริญเติบโตที่พบในเด็กเท่านั้น 2 ภาวะที่พบบ่อยที่สุดคือ 

  • Osgood-Schlatter Disease ที่บริเวณหน้าแข้งใต้เข่า จากการดึงรั้งของเอ็นสะบ้าซ้ำๆ
  •  Sever’s Disease บริเวณส้นเท้า จากการดึงรั้งของเอ็นร้อยหวาย ทั้งสองภาวะเกิดจากกลไกเดียวกันคือ แรงดึงซ้ำๆ จากกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ไปกระทำกับจุดกระดูกอ่อนที่ยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ 

ตามข้อมูลจาก Nationwide Children’s Hospital และบทความทบทวนใน PMC เรื่อง Apophysitis of the Tibial Tuberosity

ภาวะนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง และส่วนใหญ่หายได้เองเมื่อกระดูกเจริญเติบโตสมบูรณ์ แต่จุดที่อันตรายคือการ “เล่นต่อทั้งที่ปวด” ซึ่งบทความจาก Nationwide Children’s Hospital ใช้ชื่อบทความตรงๆ ว่า “Why Children Shouldn’t Play Through Pain” เพราะการฝืนเล่นต่อจะทำให้การอักเสบสะสมรุนแรงขึ้น บางรายต้องหยุดเล่นกีฬานานกว่าที่ควรจะเป็น หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก

แนวทางการรักษาตามมาตรฐานสากล คือเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเสมอ ได้แก่ การพักหรือปรับลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เช่น วิ่งและกระโดด การประคบเย็นลดปวดและบวม การยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านหลังอย่างถูกวิธี และการบริหารเพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อเพื่อปรับสมดุลกล้ามเนื้อรอบข้อ การใช้ยาแก้อักเสบเพื่อลดปวดและการอักเสบ รวมถึงการใส่อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยพยุงและพักการใช้งาน

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่ถามบ่อยๆ คือ “ต้องหยุดเล่นกี่วัน” ?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับความรุนแรงของอาการและชนิดกีฬา ในมุมของหมอ การดูแลเด็กที่มีภาวะนี้ไม่ใช่การบอกให้เลิกเล่นกีฬา แต่คือการช่วยปรับโปรแกรมฝึกให้เหมาะกับช่วงที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลง ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราว และค่อยๆ กลับสู่สนามอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ลูกของท่านยังคงสนุกกับกีฬาที่รักได้โดยไม่ต้องเสี่ยงสะสมปัญหาในระยะยาว

หากลูกมีอาการปวดเฉพาะจุดที่ชัดเจนและสัมพันธ์กับการเล่นกีฬาในช่วงโตไว สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก เพื่อแยกจากภาวะอื่นที่รุนแรงกว่า และวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมกับนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญ

เขียนโดย พญ.สุดา พิพัฒน์บรรณกิจ (ว.50410) แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก

แหล่งที่มา

Similar Posts