ลองสังเกตดูว่าเวลาที่คุณกางนิ้วโป้งเพื่อจับไม้แร็กเก็ต สับข้อมือตอนตบลูกขนไก่ หรือแม้แต่จังหวะที่กำบาร์ยกน้ำหนักแล้วบิดข้อมือลง มีอาการเจ็บแปล๊บขึ้นมาบริเวณโคนนิ้วโป้งลามไปถึงข้อมือด้านนอกบ้างหรือเปล่า? รู้สึกว่าปวดโคนนิ้วโป้ง อาการนี้คืออาการยอดฮิตที่คนไข้สายสปอร์ตเดินเข้ามาปรึกษาบ่อยมาก ซึ่งเราเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า “โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ” (De Quervain’s Tenosynovitis) หรือที่เรียกกันติดปากในวงการแพทย์ว่า “เดอ เกอร์แวง” นั่นเอง
ทำไม “นิ้วโป้ง” ถึงเป็นจุดอ่อนของนักกีฬา?

โครงสร้างบริเวณโคนนิ้วโป้งจะมีเส้นเอ็นสองเส้นที่ทำหน้าที่กางและเหยียดนิ้วโป้ง โดยมี “ปลอกหุ้มเอ็น” คอยประคองไว้เหมือนอุโมงค์เพื่อให้เอ็นเคลื่อนที่ได้ลื่นไหล แต่เมื่อเราใช้งานซ้ำๆ อย่างหนัก อุโมงค์นี้จะเกิดการหนาตัวและอักเสบจนไปเบียดเส้นเอ็น ทำให้ทุกครั้งที่ขยับนิ้วโป้งจะเกิดการเสียดสีจนเจ็บปวด
กีฬาที่มักเป็นต้นเหตุ:
แบดมินตันและเทนนิส
จังหวะการสับข้อมือ (Wrist Flick) หรือการเปลี่ยนทิศทางหน้าไม้ที่ต้องใช้แรงนิ้วโป้งประคองกริป
กอล์ฟ
แรงกระแทกจากการตี โดยเฉพาะมือข้างที่อยู่ด้านบน (Lead hand) ซึ่งต้องมีการหักข้อมือและรับแรงสั่นสะเทือน
ยกน้ำหนัก
การกำบาร์ในท่าพับข้อมือ หรือการใช้แรงนิ้วโป้งช่วยประคองน้ำหนักที่มากเกินไป
E-Sports
การรัวนิ้วโป้งบนจอยคอนโทรลเลอร์หรือสมาร์ทโฟนติดต่อกันหลายชั่วโมง
เช็กให้ชัวร์ด้วยตัวเอง: Finkelstein Test

ถ้าสงสัยว่าปวดแบบนี้ใช่ “เดอ เกอร์แวง” หรือไม่ ให้ลองทำตามนี้:
- กำมือโดยให้ “นิ้วโป้งอยู่ข้างใน” นิ้วอื่นๆ (กำนิ้วโป้งไว้)
- ค่อยๆ หักข้อมือลง ไปทางด้านนิ้วก้อย
- หากรู้สึกเจ็บแปล๊บอย่างรุนแรงบริเวณโคนนิ้วโป้งหรือรอยต่อข้อมือ แสดงว่ามีแนวโน้มสูงที่จะเป็นโรคนี้
แนวทางการรักษา: หยุดวงจรความปวด
การรักษาในทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูไม่ได้จบที่การกินยาแก้ปวด แต่คือการทำให้คุณกลับไปเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมโดยไม่เจ็บซ้ำ:
| ระยะการรักษา | วิธีการจัดการที่เหมาะสม |
|---|---|
| ระยะพัก (Rest & Support) | การใช้ Thumb Spica Splint หรืออุปกรณ์พยุงโคนนิ้วโป้ง เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวให้เอ็นได้พักจริงๆ |
| การลดอักเสบ (Modalities) | การใช้เครื่องมืออย่าง Ultrasound Therapy หรือ High Power Laser เพื่อลดบวมและเร่งการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อโดยไม่ต้องผ่าตัด |
| การทำ Shockwave | ในรายที่มีอาการเรื้อรัง การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมปลอกหุ้มเอ็นที่หนาตัวให้กลับมายืดหยุ่น |
| การปรับท่าทาง (Ergonomic) | ปรับขนาดกริปของอุปกรณ์กีฬาให้พอดีมือ เพื่อลดภาระการเกร็งของนิ้วโป้ง |
| การบริหารข้อมือ | การบริหารให้กล้ามเนื้อรอบข้อมือและเอ็นแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นได้ดีขึ้น |
เทคนิคการป้องกัน: ซ้อมหนักแค่ไหน ข้อมือก็รอด
การป้องกันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักกีฬา:
Stretching & Warm-up
ก่อนเริ่มซ้อม ควรยืดเอ็นนิ้วโป้งเบาๆ (ท่าเดียวกับ Finkelstein Test แต่ทำค้างไว้ช้าๆ ไม่กระชาก) เพื่อเป็นการวอร์มปลอกหุ้มเอ็น
Strengthening
เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง (Forearm) เพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ช่วยรับแรงแทนเส้นเอ็นเล็กๆ
Ice Down
หลังซ้อมหนัก หากรู้สึกตึงๆ บริเวณโคนนิ้วโป้ง ให้ประคบเย็น 10-15 นาที เพื่อลดการอักเสบที่อาจสะสมอยู่
ความเจ็บปวดคือภาษาที่ร่างกายใช้คุยกับเรา หากเริ่มปวดแปล๊บทุกครั้งที่ขยับข้อมือ นั่นคือสัญญาณว่า “พอได้แล้ว” การฝืนเล่นต่อไปอาจทำให้ปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเพื่อเปิดอุโมงค์ให้เส้นเอ็นทำงานได้ อย่าปล่อยให้ปัญหาที่นิ้วโป้งมาหยุดความสนุกในสนามของคุณ หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก พระราม 3 เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด จะช่วยให้คุณกลับไปเล่นกีฬาได้ไวและยั่งยืนกว่าเดิม