หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากเหล่านักกีฬาและสายเฮลตี้คือ “หมอครับ/คะ ทำไมยกแขนสระผมแล้วเจ็บแปล๊บ?” หรือ “ตอนนอนตะแคงทับไหล่แล้วปวดจนตื่น?” อาการปวดหัวไหล่เหล่านี้มักไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อล้าธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนจาก Rotator Cuff หรือกลุ่มกล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อหัวไหล่นั่นเอง

Rotator Cuff: “ชุดเครื่องยนต์” เล็กๆ ที่แบกภาระมหาศาล
หลายคนอาจคิดว่าไหล่เราแข็งแรงเพราะมีกล้ามเนื้อหัวไหล่ (Deltoid) มัดใหญ่ๆ แต่ความจริงแล้ว ความมั่นคงของหัวไหล่ขึ้นอยู่กับเอ็นเส้นเล็กๆ 4 เส้นที่รวมตัวกันโอบล้อมข้อไหล่ไว้เหมือน “ปลอกแขน” (Cuff) เจ้าเอ็นกลุ่มนี้ ทำหน้าที่ช่วยให้เราหมุนแขน ยกแขน และประคองให้หัวไหล่ไม่หลุดจากเบ้า
ทำไมคนเล่นกีฬาถึงเสี่ยงบาดเจ็บที่เอ็นหัวไหล่?
ในโลกของกีฬา หัวไหล่คือข้อต่อที่ขยับได้กว้างที่สุด แต่ก็เปราะบางที่สุดเช่นกัน กลุ่มโรคเอ็นหัวไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Syndrome) มักเกิดกับกีฬา 3 ประเภทหลัก:
กีฬาเหนือศีรษะ (Overhead Sports)
เช่น แบดมินตัน, เทนนิส, วอลเลย์บอล หรือว่ายน้ำ การเหวี่ยงแขนซ้ำๆ ด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดแรงเค้นที่เอ็นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการฉีกขาดระดับเล็กมาก ๆ (Microtear)
สายเวทเทรนนิ่ง (Weightlifting)
โดยเฉพาะท่า Bench Press หรือ Shoulder Press ที่น้ำหนักมากเกินไป หรือโฟกัสท่าทางไม่ถูกต้อง ทำให้ช่องว่างในข้อไหล่แคบลงจนไปเบียดทับเส้นเอ็น (Impingement)
กีฬาปะทะหรืออุบัติเหตุ
เช่น ฟุตบอลหรือบาสเกตบอลที่อาจมีการล้มกระแทก หรือถูกดึงแขนอย่างกะทันหัน
เช็กสัญญาณเตือน: ปวดแบบไหนคือ “เอ็นอักเสบ”?
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์:
ปวดเมื่อยกแขนขึ้นสูง
โดยเฉพาะช่วงกางแขนทำมุม 60-120 องศา
ปวดตอนกลางคืน
เป็นอาการคลาสสิกเลย ปวดจนนอนตะแคงไม่ได้ หรือปวดลึกๆ ในไหล่จนนอนไม่หลับ
แขนอ่อนแรง
รู้สึกว่าไม่มีแรงเอื้อมหยิบของจากที่สูง หรือแรงตบลูกขนไก่หายไปเฉยๆ
เสียงกึกกัก
เวลาขยับไหล่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรขัดอยู่ข้างใน
แนวทางการรักษา: “ซ่อม” ให้ถูกจุด “ฟื้น” ให้ถูกจังหวะ
ในทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เราไม่ได้เน้นแค่การกินยาแก้ปวด แต่เราเน้นการ “ปรับสมดุล” ของข้อต่อ:
ระยะพักและลดอักเสบ
หากปวดเฉียบพลัน การพัก (Rest) และประคบเย็นยังคงเป็นพระเอก แพทย์อาจใช้เครื่องมืออย่าง High Power Laser หรือ Ultrasound therapy เพื่อกระตุ้นให้เอ็นที่อักเสบซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น
การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy)
เมื่อความปวดลดลง เราจะเริ่มฝึกกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Scapular Stabilizers หรือกล้ามเนื้อรอบสะบัก เพราะสะบักที่มั่นคงคือฐานที่แข็งแรงของหัวไหล่ ถ้าฐานไม่ดี เอ็นไหล่ก็ต้องทำงานหนักจนอักเสบซ้ำ
การฉีดยารักษา (Interventional Rehab)
ในกรณีที่อักเสบเรื้อรัง ปัจจุบันมีการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) นำวิถีเพื่อฉีดตัวยาหรือเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เข้าไปที่จุดฉีกขาดโดยตรง ซึ่งแม่นยำและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบสมัยก่อน
ป้องกันก่อนจะพัง: สิ่งจำเป็นสำหรับนักกีฬา
Warm-up ให้ถึง
อย่าเพิ่งลงสนามถ้ายังไม่ได้วอร์มหัวไหล่ ท่าหมุนแขนเบาๆ หรือยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นได้ดี
ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
อย่าซ้อมแต่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเพื่อที่จะดูสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องฝึกการหมุนไหล่เข้า-ออก (Internal/External Rotation) ด้วยยางยืดบ่อยๆด้วย
ฟังเสียงร่างกาย
หากเริ่มเจ็บแปล๊บขณะซ้อม นั่นคือคำสั่งให้ “หยุด” ไม่ใช่ “ฝืน” ทำต่อจนบาดเจ็บ
การรักษาเอ็นหัวไหล่อักเสบที่ได้ผลดีที่สุด คือการรักษาตั้งแต่ตอนที่มันยัง “อักเสบ” ไม่ใช่ปล่อยจน “ฉีกขาด” เพราะการซ่อมแซมเอ็นที่ขาดไปแล้วนั้นยากและใช้เวลานานกว่ามาก หากเอ็นฉีดขาดมากแล้ว อาจจำเป็นต้องผ่าตัดซ่อมเอ็น เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ดี หากใครมีอาการปวดหัวไหล่ พักแล้วยังไม่ดีขึ้น สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ที ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก พระราม 3