อาการปวดคอบ่าไหล่
และทรีทเม้นท์การรักษา

อาการปวดคอบ่าไหล่

เป็นปัญหาที่พบบ่อยในคนทุกเพศทุกวัย มักเกิดจากกล้ามเนื้อตึง เกร็ง อักเสบ การใช้งานที่ผิดท่าทาง หรือจากกระดูกต้นคอและหมอนรองกระดูกเสื่อม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

การทำงาน และการนอนหลับพักผ่อน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงสาเหตุ กลไก และแนวทางการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ พร้อมทั้งวิธีการป้องกันและดูแลตัวเอง เพื่อให้ห่างไกลจากปัญหาสุขภาพที่สร้างความรำคาญใจนี้

โปรแกรมรักษาของเรา

ท่าทางที่ไม่ดี ออฟฟิศซินโดรม

การนั่งทำงานนานๆ ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งการที่ร่างกายของเราอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ อาจจะทำอาการปวดเกิดขึ้นได้

การใช้งานหนักๆ ซ้ำๆ

เช่น การยกของหนัก การเล่นกีฬา การโยกศีรษะเป็นประจำ โดยการใช้กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่หนักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเล่นกีฬา หรือ การยกของหนัก อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาการไหล่ติด หรือสะบักจมได้

สาเหตุของ
อาการปวดคอบ่าไหล่

ความเครียด

ความเครียดจะกระตุ้นให้เกิดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่ได้

การบาดเจ็บของคอและไหล่

จากอุบัติเหตุ หรือ ตกจากที่สูง

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม

อาการปวดอาจรุนแรง มีร้าวไปที่แขนได้

กลุ่มเสี่ยงและ
อาการเตือนที่ควรระวัง

  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ
  • ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพักการใช้งานแล้ว
  • ปวดจนตื่นกลางดึก
  • ขาบวมมากและมีไข้
  • มีแผลที่ขาไม่หาย
  • รู้สึกชาที่ขาเป็นเวลานาน

การรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่

แน่นอนว่าอาการปวดคอบ่าไหล่ หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจจะทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งอาการปวดคอบ่าไหล่นั้นเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี บางรายอาจจะมีอาการปวดเบื้องต้น บางหลายอาจจะมีอาการไหล่ติด สะบักจม ซึ่งบางรายอาจจะมีอาการปวดร้าวลงแขนได้ ดังนั้นการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ จึงมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุ ดังนี้

พักการใช้งาน

การบำบัดด้วยมือ (manual therapy) เพื่อช่วยยืด กด คลายกล้ามเนื้อที่มีอาการตึงตัว การออกกำลังกายด้วยท่าทางที่ถูกต้อง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งาน และการยืดกล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวคลายลง

การประคบเย็น

จะช่วยลดอาการปวดและบวมได้ในระยะเฉียบพลัน

การรับประทานยา

ได้แก่ ยาลดการอักเสบ หรือยาแก้ปวด เพื่อลดอาการปวด และยาคลายกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกาย

เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา และเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ

หากอาการไม่ดีขึ้น มีอาการปวดขาเป็นเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์
เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง การรักษาที่ถูกต้องจะช่วย
บรรเทาอาการปวดและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ เช่น

การทำกายภาพบำบัด

เช่น การใช้เครื่องเลเซอร์พลังงานสูง (HPL) เพื่อลดการอักเสบ ลดปวด ลดบวมในระยะเฉียบพลัน การใช้เครื่องกระตุ้นคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) เพื่อลดอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ

การฉีดยา

เช่น การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ในรายที่มีอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม

การผ่าตัด

ในกรณีที่อาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ

ดูแลตัวเองง่ายๆ
ป้องกันอาการปวดขา

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา

เลือกชนิดของกีฬาที่เหมาะสม

หลีกเลี่ยงกีฬาที่ก่อ
ให้เกิดแรงกระแทก
ต่อขามากเกินไป

สวมใส่รองเท้าที่
เหมาะสม

ช่วยรองรับ
น้ำหนักตัวและ
ลดแรงกระแทก

ควบคุมน้ำหนัก

หลีกเลี่ยงกีฬาที่ก่อ
ให้เกิดแรงกระแทก
ต่อขามากเกินไป

วอร์มร่างกายก่อนออกกำลัง

ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

การรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่

แน่นอนว่าอาการปวดคอบ่าไหล่ หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจจะทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งอาการปวดคอบ่าไหล่นั้นเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี บางรายอาจจะมีอาการปวดเบื้องต้น บางหลายอาจจะมีอาการไหล่ติด สะบักจม ซึ่งบางรายอาจจะมีอาการปวดร้าวลงแขนได้ ดังนั้นการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ จึงมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุ ดังนี้

วิธีลดอาการปวด คอ บ่า ไหล่ เบื้องต้น:

  • ประคบเย็น หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน อักเสบเฉียบพลัน
  • ประคบร้อน หากมีอาการปวดเมื่อยคอบ่าไหล่เรื้อรัง ปวดตึงกล้ามเนื้อ จะช่วยให้คลายอาการตึงได้ดีขึ้น
  • ยาแก้ปวด เช่น ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • การนวดคลายเส้น
  • การยืดกล้ามเนื้อ
  • ปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

การรักษาด้วยวิธีต่างๆ

หากลดอาการปวดด้วยตนเองในเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นแนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน หาสาเหตุและรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น

  • การกายภาพบำบัด: การบำบัดด้วยมือ (manual therapy) เพื่อช่วยยืด กด คลายกล้ามเนื้อที่มีอาการตึงตัว การออกกำลังกายด้วยท่าทางที่ถูกต้อง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งาน และการยืดกล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวคลายลง
  • การใช้เครื่องมือทางกายภาพ: เช่น เครื่องช๊อคเวฟ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ลดอาการปวด เครื่องเลเซอร์พลังงานสูง เพื่อกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์ ลดการอักเสบ ลดปวด  เครื่องดึงคอ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูกและข้อต่อแกนกลาง ลดการกดเบียดเส้นประสาท เครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อลดอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ
  • การฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry needling): เป็นการรักษาโดยการใช้เข็มเขี่ยบริเวณปมกล้ามเนื้อที่มีการตีงตัวให้คลายออก
  • การรับประทานยา: ยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดปลายประสาท

แนวทางป้องกัน

แน่นอนว่าการรักษา การกายภาพคอบ่าไหล่ หรือการฝังเข็มจะช่วยรักษา บรรเทาอาการปวดได้ แต่ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิม หรือ ทำกิจกรรมเดิมที่เป็นจุดกำเนิดของอาการปวดคอบ่าไหล่ อาจทำให้อาการปวดและการบาดเจ็บจะยังเกิดขึ้นซ้ำได้ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำแนวทางการป้องกัน เพื่อให้ลดความเสี่ยงการกลับมาปวดคอบ่าไหล่อีก

  • ปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
  • ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • จัดท่านอนให้นอนสบาย
  • บริหารกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่เป็นประจำ

อาการปวดคอบ่าไหล่ สามารถรักษาได้ หากพบอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจทำให้เรื้อรัง รักษาได้ยากขึ้น สามารถมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ที่ ฟรีเซีย รีแฮป คลินิก คลินิกฟื้นฟูและกายภาพบำบัด พระราม 3 ได้เลย ทางเรามีคุณหมอและเครื่องมือสำหรับการทำกายภาพเพื่อรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ